รวมศัพท์เทคนิค CAD/CAM/CNC ตอน 7

มีคนถามความหมายคำนู้น คำนี้ มาเยอะค่ะ ก็เลยคิดว่า รวบรวมมาให้ดูและเพื่อเป็นอ้างอิงกันซะเลย “รวมศัพท์เทคนิค CAD/CAM/CNC” งานนี้น่าจะหลายตอนเลย กว่าจะจบทุกคำ จะเขียนโดยเรียงจาก A-Z ไปเรื่อยๆ ความหมายเขียนจากความเข้าใจของ Design Engineer Life นะคะ ถ้ามีผิดพลาดอะไรตรงไหน แจ้งได้เลยนะคะ อยากเพิ่มลด คำไหนก็แจ้งมาได้ค่ะ จะได้ช่วยกันเรียนรู้ไปเรื่อยๆ มาเริ่มกันดีกว่าค่ะ

glossary

บทความในชุดนี้มี 9 ตอนดังนี้

P

Parametrics : เป็นความสามารถของระบบ 2D และ 3D modeling ในการใช้ตัวแปรเข้ามาช่วย ทำให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดขนาดและ constraint ของขนาดต่างๆ ได้ แล้วโปรแกรมจะทำการคำนวณรวมทั้ง อัพเดทรูปแบบของงานที่ทำตาม ขนาดและ constraint ที่กำหนด และ ผู้ใช้งานก็สามารถปรับเปลี่ยน ขนาดและ constraint ได้ตลอดเวลา รวมไปถึงเปลี่ยนลำดับของ feature ในการทำ 3D modeling ได้ด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลง หรือเงื่อนไขที่ผู้ใช้งานได้แก้ไข

Parasolid : เป็นรูปแบบ รูปแบบหนึ่งของ solid modeling ที่คิดค้นเพื่อใช้ทางการค้าของ CAD/CAM/CAE บริษัทที่ใช้ เช่น Unigraphics Solutions Inc

Post processing : การทํา Post Processing เป็นกระบวนการสุดท้ายของการทํา CAM เป้าหมายก็คือ การได้ NC Code ออกมา จากนั้นจึงนํา NC Code ไปป้อนเข้าสู่เครื่อง CNC เพื่อ ผลิตชิ้นงานออกมา ตามที่ได้ออกแบบไว้ Tool path (เส้นทางเดินของเครื่องมือตัดเฉือน) ที่ได้จากโปแกรม CAM จะถูกเก็บไว้ในรูปแบบของไฟล์ ที่มีนามสกุลว่า CLSF (Cutter Location Source File) หรือ . cls ซึ่งไฟล์เหล่านี้ไม่สามารถ นําไปใช้งานกับเครื่อง CNC ได้ทันที จําเป็นที่จะต้องแปลงไฟล์ .cls นี้ให้เป็นรูปแบบของ NC Code เสียก่อน ซึ่งตัว Post Processor ที่จะถูกใช้ในการแปลงไฟล์นั้น จะต้องมีคุณสมบัติที่สามารถแปลง Tool path เป็น NC Code และต้องเป็น NC Code ที่มีความสัมพันธ์กับ ชุดควบคุมเครื่องจักร หรือ คอนโทรลเลอร์ ของแต่ละเครื่องจักร

PDM (Product Data Management) : ทำหน้าที่เป็นพื้นที่เก็บข้อมูลผลิตภัณฑ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนการผลิต (product data, process knowledge) โดยมีระบบการจัดเก็บและการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่มีความความปลอดภัย (secure data exchange) ข้อมูลที่ทำการจัดเก็บจะมีความเกี่ยวข้องกับหลายส่วนคือ วิศวกรออกแบบ (design engineer), ผู้จัดการโครงการ (project managers), ผู้จัดการฝ่ายขาย (sales mangers), ผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบคุณภาพ (QC managers) และผู้ใช้งานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยที่ทุกฝ่ายสามารถเก็บและเรียกใช้ข้อมูลระหว่างกันได้

PLM (Product Lifecycle Management) : คือกลยุทธ์ทางธุรกิจที่เกี่ยวกับการจัดการวงจรชีวิตทั้งหมดของผลิตภัณฑ์ (lifecycle) โดยทำการรวมเอาเครื่องมือซอฟต์แวร์ทั้งหลาย (software tools), ฐานข้อมูล (database), และเทคนิคการจัดการ (management technique) วงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์หรือ Lifecycle ประกอบด้วยข้อมูลที่แตกต่างกันในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ข้อมูลเกี่ยวกับ แนวคิดในการออกแบบ (conceptual design), ข้อมูลการออกแบบ (design), ขั้นตอนการผลิต (manufacturing), ข้อมูลเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้ (usages) การจะพัฒนาระบบ PLM ออกมาให้ประสบความสำเร็จต้องใช้ความร่วมมือของหลายๆ ฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้อง หรือทุกฝ่ายที่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

R

RP (Rapid prototyping) : กระบวนการในการสร้างชิ้นงานต้นแบบขึ้นมาจาก 3D CAD Data โดยมีหลักการคือนำ 3D CAD Data ไปคำนวณเพื่อแบ่ง 3D CAD Data ออกเป็น layer ที่มีความหนาประมาณ 0.003 นิ้ว (เรียกแต่ละ layer นี้ว่า SLA) แล้ว file ใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นจะถูกสร้างขึ้นใน format ของ STL จากนั้นนำ STL file ที่ได้ไปทำการผลิตชิ้นงานต้นแบบด้วยการใช้ laser ยิงไปที่ liquid polymer โดยที่ laser จะเป็นตัวที่กำหนดรายละเอียดของชิ้นงานแต่ละ layer และทำให้ liquid polymer แข็งตัว จากนั้นชิ้นงานจะค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นมาทีละ layer จนเสร็จ เริ่มแรกเราจำเป็นต้องมีนต้นแบบด้วยการใช้ Surface model อาจจะได้มาจากการสร้างขึ้นมาใหม่หรือจากการ scan จากชิ้นงานเดิม จากนั้นนำ Model ที่ได้ไปทำการคำนวณเพื่อแปลงเป็น file แบบ STL ซึ่งเป็น format ของ file ที่เป็นมาตรฐานสำหรับการนำข้อมูลไปทำชิ้นงาน Rapid prototype และ CAD software ส่วนมากที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก็มีฟังก์ชั่นในการแปลง CAD Data ไปเป็น file แบบ STL อยู่แล้ว ภายใน File แบบ STL จะประกอบไปด้วยข้อมูลที่เป็น layer บางๆ มากมายซ้อนกันอยู่ โดยที่ข้อมูลที่เป็น layer บางๆ นี้แต่ละชั้นจะเรียกว่า SLI และ SLI นี่เองที่ถูกส่งไปยังเครื่องผลิตชิ้นงานต้นแบบ แล้วส่งต่อไปยังส่วนที่ควบคุมการทำงานของ laser ที่ทำหน้าที่ในการสร้างชิ้นงานขึ้นมา โดยจะผลิตชิ้นงานแต่ละชั้นออกมาเหมือนกับ SLI

Reverse engineering : เป็นการทำงานในลักษณะย้อนกลับ โดยจะผลิตชิ้นงานขึ้นจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลจากชิ้นงานต้นแบบ prototype อย่างเป็นระบบ โดยเป็นในเชิงของการสืบค้นทางเทคนิค เช่น อาจจะย้อนรอยดู ในเรื่องของขนาด รูปร่างของต้นแบบ prototype หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต ซึ่งบางครั้งบริษัทคู่แข่ง อาจต้องซื้อเครื่องจักรของอีกบริษัท เพื่อไปเรียนรู้วิธีการทำงาน หรืออาจต้องแยกเป็นชิ้นส่วน เพื่อให้ทราบถึงขั้นตอนการประกอบ ทั้งนี้ก็จะนำข้อมูลที่ได้ มาสร้างสรรค์ หรือพัฒนาเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ นั่นเอง เหตุผลที่วิศวกรรมย้อนรอย ถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่ง ของกระบวนการทางวิศวกรรม ก็อาจจะด้วยเหตุผลทางธุรกิจหรือเชิงพาณิชย์ แต่นั่นอาจจะไม่ใช่เหตุผลหลักเสมอไป เพราะประโยชน์ที่ได้ ก็ทำให้เกิดเทคโนโลยี หรือเครื่องจักรใหม่ๆ มากมาย ส่วนเหตุผลอื่นๆ ก็เช่น ผู้ผลิตรายเก่ายกเลิกการผลิตไปแล้ว, เพื่อวิเคราะห์ส่วนที่ดีหรือไม่ดี หรือเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเดิมให้ดียิ่งๆ ขึ้น

รอหมวดตัวอักษรที่เหลือในบทความต่อๆ ไปนะคะ

ที่มาบางส่วนของศัพท์ภาษาอังกฤษมาจากที่นี่ microsystemsgeorgia.com