รวมศัพท์เทคนิค CAD/CAM/CNC ตอน 2

มีคนถามความหมายคำนู้น คำนี้ มาเยอะค่ะ ก็เลยคิดว่า รวบรวมมาให้ดูและเพื่อเป็นอ้างอิงกันซะเลย “รวมศัพท์เทคนิค CAD/CAM/CNC” งานนี้น่าจะหลายตอนเลย กว่าจะจบทุกคำ จะเขียนโดยเรียงจาก A-Z ไปเรื่อยๆ ความหมายเขียนจากความเข้าใจของ Design Engineer Life นะคะ ถ้ามีผิดพลาดอะไรตรงไหน แจ้งได้เลยนะคะ อยากเพิ่มลด คำไหนก็แจ้งมาได้ค่ะ จะได้ช่วยกันเรียนรู้ไปเรื่อยๆ มาเริ่มกันดีกว่าค่ะ

glossary

บทความในชุดนี้มี 9 ตอนดังนี้

D

Downtime : ช่วงเวลาที่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ไม่สามารถทำงานได้เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์นั้นๆ

DNC (Direct Numerical Control) : คืออะไร ระบบที่ทำหน้าที่ส่งชุดคำสั่งไปเข้าเครื่อง CNC จากเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยการถ่ายโอนข้อมูลที่ปลอดภัยระหว่างคอมพิวเตอร์และ CNC ในทั้งสองทิศทาง (ปัจจุบันนี้ CNC รุ่นใหม่ๆ มีฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูล และส่งผ่าน LAN ได้เลย ไม่จำเป็นต้องมี DNC)

Drawing Exchange Format (DXF) : เป็นนามสกุลของ CAD ไฟล์ ใช้สำหรับการแปลงไฟล์ (รับ-ส่ง) ระหว่างโปรแกรม CAD

DWG : เป็นนามสกุลพื้นฐานของ CAD ไฟล์ของ AutoCAD

E

EDM (Electrical Discharge Machining) : คือเครื่องจักร CNC ประเภทหนึ่ง ทำการตัดเฉือนโลหะโดยการใช้การกัดเซาะทางไฟฟ้ามีอิเล็กโทรดเป็นตัวนำไฟฟ้า

ERP (Enterprise Resource Management) : การวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรโดยรวม เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดของทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร

F

FM (Facilities Management) : การบริหารจัดการอาคาร พื้นที่ในอาคาร และเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในอาคาร รวมความหมายไปถึงการจัดการทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Feature : เป็นคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการทำ modeling โดยเฉพาะ 3D solid modeling หมายถึงขั้นตอนในการสร้างและแก้ไขรูป 3D โดย feature  พื้นฐานคือ holes, slot bosses และอื่นๆ

Feed : คือการป้อน หรืออัตราการเคลื่อนที่ของเครื่องมือตัดเฉือนหรือ tool เข้าไปที่ชิ้นงานเพื่อทำการตัดเฉือน

Feed Rate : อัตราการป้อน

FEA (Finite Element Analysis) : การใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาทางวิศวกรรม เช่นปัญหาทางโครงสร้าง และการกระจายตัวของความร้อนภายในวัสดุ เป็นต้น โดยเริ่มจากการจำลองรูปร่างของปัญหาแล้วทำการแบ่งรูปร่างออกเป็น element เล็กๆ เพื่อลดความซับซ้อนและเพื่อความสะดวกในการแก้ปัญหา ทำการกำหนดสมบัติของวัสดุและสภาพการใช้งานจริง (boundary conditions) และทำการแก้ปัญหาโดยใช้สมการทางคณิตศาสตร์

FEM (Finite Element Modeling) : เป็นวิธีในการหาผลคําตอบ ของสมการทางคณิตศาตร์โดยการประมาณ นิยมใช้กับปัญหาที่มีความซับซ้อนท้ังทางด้านรูปร่าง(Geometry) และปัญหาขอบเขต (Boundary Conditions) โดยเร่ิมต้นด้วยการแบ่งปัญหาออกเป็นส่วนเล็ก ๆ โดยช้ินส่วนเล็ก ๆ ที่ถูกแบ่ง ออกจะเรียกว่า Element โดยมีจุดเชื่อมต่อกันแต่ละ Element จุดนั้นเรียกว่า node เมื่อ Element ต่อ รวมกันมากจนได้เป็นรูปร่าง เราก็จะเรียกรูปร่างน้ันว่า Finite Element Model (การสร้าง Finite Element Model ประกอบด้วย : Meshing คือการตี mesh ให้แก่โมเดลหรือเป็นการสร้าง mesh เพื่อประกอบเป็นโมเดล, Pre-Processing คือการเตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการคํานวณ, Processing คือการคํานวณข้อมูลต่างๆท่ีถูกใส่ในโมเดล)

รอหมวดตัวอักษรที่เหลือในบทความต่อๆ ไปนะคะ

ที่มาบางส่วนของศัพท์ภาษาอังกฤษมาจากที่นี่ microsystemsgeorgia.com