ทำไมต้องใช้ LED

ทำไมต้อง LED ??? เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยมาก เท่าที่ทราบก็คงจะเป็นเพราะ LED ช่วยให้สามารถประหยัด พลังงานไฟฟ้าได้สูงถึง 70% เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้หลอดไฟฟ้าประเภทเดิม โดยที่หลอดประหยัดพลังงาน ไฟฟ้า LED นี้สามารถเปลี่ยนใช้งานกับอุปกรณ์ประเภทเดิมได้ ไม่ว่าจะเป็นขั้วหลอด ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องใช้อุปกรณ์ ส่วนอื่นๆ เช่น บัลลาสต์ สตาร์ทเตอร์ รวมถึงอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ถึง 50,000 ชั่วโมง ทำให้ช่วยลดภาระเรื่อง การซ่อมบารุงลงได้มาก

หลอดประหยัดพลังงานไฟฟ้า LED ไม่มีรังสีอินฟราเรดและรังสีอัลตราไวโอเลต รวมถึงวัตถุดิบที่ใช้ผลิตก็ยังไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น สารปรอท สารตะกั่ว รวมถึงสารเรืองแสงต่างๆ ทำให้เมื่ออุปกรณ์เสื่อมคุณภาพและหมดอายุการใช้งานลง ขั้นตอนการทำลายซากจึงไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเนื่องจากไม่มีสารเคมีปนเปื้อน และสามารถนำกลับมาใช้ได้ต่อในบางส่วนประกอบ

คุณสมบัติที่โดดเด่นของหลอดประหยัดพลังงานไฟฟ้า LED อีกประการ คือไม่ก่อให้เกิดความร้อนสูง อุณหภูมิที่ตัวหลอดเพียง 5 -10 องศาเซลเซียสเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับหลอดไฟฟ้าประเภทเดิมที่อุณหภูมิสูงถึง 30 – 40 องศาเซลเซียส จึงส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลง เนื่องจากอุณหภูมิห้องที่ลดลง ควบคู่กันไปด้วย

หลอดไฟ LED หลายคนอาจเพิ่งเริ่มรู้จักได้ไม่นานแต่ความจริงแล้ว หลอดไฟ LED ได้มีการเริ่มต้นใช้กันในเชิงพาณิชย์ตั้งช่วงปี 1962 และพัฒนามาเรื่อยๆ จนถึงช่วงสาคัญคือ ในปี 1996 ฟลอดไฟ LED ก็ได้พัฒนามาถึงจุดที่ สามารถนำมาใช้ทดแทนหลอดไฟประเภทอื่นๆ ได้อย่างสมบูรณ์ หลอด ไฟ LED มีจุดเด่นมากมายหลายอย่าง คือใช้พลังงานต่ำ แต่ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่สูงมาก เรื่มต้ังแต่ 40-150 lm/W และมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า หลอดไฟทุกประเภท คือ เฉลี่ยแล้วมีอายุการใช้งาน 5 ปี ขึ้น ปัจจุบัน หลอดไฟ LED ได้ ถูกจัดเป็น 1 ใน 5 เทคโนโลยี ที่สาคัญที่สุด ของโลก ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา และกาลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบไฟฟ้าทั้งระบบ ของโลก ภายในไม่กี่ปีที่จะถึงนี้

การเปรียบเทียบคุณสมบัติทางเทคนิคระหว่าง หลอดไฟแอลอีดีกับหลอดทั่วไป

LED E27

LED T8

จะเห็นได้ว่าอัตราการกินไฟน้อยกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับหลอดที่ขายทั่วไป แต่ให้ประสิทธิภาพความสว่างสูงกว่าเกือบเท่าตัว

การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน

LED break even

จากตารางสรุปวิเคราะห์จุดคุ้มทุนคำนวณค่าต้นทุนของหลอดไฟฟ้าเทียบกับหลอดประหยัดพลังงาน LED โดยการนำค่าไฟฟ้าท่ีประหยัดได้ต่อปี รวมกับค่าบารุงรักษาที่ประหยัดได้ต่อปีมาคำนวณหาระยะเวลาคืนทุน (ROI) โดยเปรียบเทียบจากอายุการใช้งานของหลอดไฟฟ้ากับหลอดประหยัดพลังงาน LED ที่ใช้ได้ 50,000 ชั่วโมง

นอกจากนี้ค่าไฟฟ้าที่จ่ายจริงยังมีองค์ประกอบส่วนอื่นๆ เช่น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น แต่จากตารางคำนวณเฉพาะค่าแสงสว่างเท่าน้ันที่เปิดใช้งานตามจำนวนชั่วโมงท่ีระบุไว้ในตาราง ส่วนที่มีผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของเครื่องปรับอากาศจึงเป็นอีกส่วนที่สามารถประหยัดได้

ที่แสดงไว้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการคำนวณเพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าในการเปลี่ยนไปใช้หลอดไป LED เท่านั้น หากต้องการ การวิเคราะห์ ที่มีรายละเอียดมากกว่านี้ คำแนะนำ หรือความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับหลอดไฟ LED สามารถโทรมาปรึกษากับเราได้ด้วยความยินดี 095-879-1451

3 comments

  • สุรวิชญ์

    ผมสนใจกำลังจะเปลี่ยนหลอดไฟ led และสนใจมาก เพราะตารางจุดคุ้มทุนนี้ ครับผมอยาก ขอศึกษาเป็นไฟล์ Excel เลยได้หรือไม่ครับ อยากทราบว่า ช่องไหนคำนวนอย่างไรด้วยที่มาที่ไป

  • prang

    อยากได้excel file เหมือนกันค่ะ สนใจจะเปลี่ยนมาใช้หลอดLED ค่ะ