กลยุทธ์การสร้างแบบจำลอง (Modeling strategy)

สำหรับคนที่ทำงานด้าน 3D Modeling สิ่งที่เป็นปัญหาและทำให้ต้องใช้เวลาในการทำงานมากขึ้น นั้นก็คือการเปลี่ยนแปลงการออกแบบ เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับ 3D Modeling ไม่มากก็น้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะมากซะด้วย โดยเฉพาะในขั้นตอนของการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือ product development ที่การเปลี่ยนแปลงในการออกแบบจะเกิดขึ้นตลอดเวลา

เทคโนโลยีของ CAD และ 3D Modeling ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีความยืดหยุ่น และสามารถใช้ประโยชน์กับงานได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ทำให้สามารถช่วยแก้ความยุ่งยากที่จะเกิดขึ้นกับปัญหาที่พูดไปแล้วข้างต้นได้ระดับหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ที่ทำงานว่าจะสามารถเลือกใช้เทคนิคในการสร้างแบบจำลองที่เหมาะสมกับงานที่ทำได้มากแค่ไหน

กลยุทธ์การสร้างแบบจำลอง (Modeling strategy)

Modeling strategy เป็นวิธีการในการที่เราจะเลือกมาใช้เพื่อทำการสร้าง 3D Modeling และชิ้นงานออกมา ปัจจัยที่จะทำให้เราสามารถเลือกเทคนิคการสร้างแบบจำลองที่เหมาะสมได้ ข้อแรกเราต้องรู้ว่า จุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของออกแบบในงานที่เรากำลังทำนั้น ว่าคืออะไร จะทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่าจุดที่สำคัญของแต่ละผลิตภัณฑ์อยู่ที่ไหน เช่นรู้ว่าขนาดตรงส่วนไหนเป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ และมีความเกี่ยวข้องไปยังจุดไหนอีก ซึ่งในจุดนี้เราสามารถ สร้างความสัมพันธ์หรือ relation ขึ้นใน 3D Modeling เพื่อให้ส่วนที่เกี่ยวข้องกันได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามการเปลี่ยนแปลงของขนาดที่เป็นส่วนสำคัญ

จุดมุ่งหมายหรือวัตถุประสงค์ของการออกแบบ (Design intent)

Design intent จะเป็นตัวบอกจุดมุ่งหมายและ function การทำงานหลักที่เราต้องการจากตัวผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะออกแบบและสร้างขึ้นมา การรู้และเข้าใจในเรื่องนี้จะทำให้เราสามารถวางแผนการการออกแบบและสร้างแบบจำลองที่ดีได้ นั่นคือสามารถกำหนดจุดที่เป็นจุดสำคัญของผลิตภัณฑ์และ ออกแบบให้เกิดความยืดหยุ่นในตัวแบบจำลองที่เราจะสร้างเพื่อ เผื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการออกแบบผลิตภัณฑ์ และเพื่อที่เราจะได้สามารถทำงานได้อย่างราบลื่นและไม่ต้องไปเสียเวลากับการแก้ไขแบบจำลองมากมายในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น

Feature based modeling

แต่ละส่วนย่อยๆ ของ 3D CAD Model จะมีกลุ่มของ feature ที่มีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกันอยู่ นอกจากนี้แต่ละ feature ยังมีส่วนที่เกี่ยวข้องและไปบังคับหรือมีผลกระทบกับ feature อื่นด้วย ดังนั้นในการสร้างแบบจำลองจริงๆ เราจำเป็นจะต้องเข้าใจว่า แต่ละ feature มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร เช่น เมื่อเราทำการลบ หรือ suppress feature ที่ต้องการไปแล้วจะเกิดผลกระทบอะไรกับแบบจำลองบ้าง หรืออีกตัวอย่างที่สามารถเห็นภาพได้ง่ายคือ เมื่อเราต้องการทำ draft, fillet และ shell ลำดับที่เราควรจะทำคือเริ่มต้นจาก draft และไปทำ fillet จากนั้นจึงทำ shell ในขั้นตอนสุดท้าย

feature-base-modeling

Parametric Design

Parametric Design เป็นเทคนิคที่มีประโยชน์มากของ 3D Modeling ถ้าจะอธิบายว่า parametric คืออะไร ยกตัวอย่างให้ดูน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า เช่น ถ้าเราต้องการที่จะออกแบบ plate สี่เหลี่ยมขนาด 200×200 แล้วต้องการทำรูเพื่อเป็นรูผ่านของ bolt ที่มุมทั้งสี่ด้าน โดยกำหนดให้จุดศูนย์กลางของรูผ่านห่างจากขอบแต่ละด้านเท่ากับ ¼ ของความยาวแต่ละด้าน เมื่อเราทำการเปลี่ยนขนาดของ plate ตำแหน่งของรูผ่านก็จะเปลี่ยนไปด้วย

SolidModel

ใน Parametric design ที่ feature แต่ละ feature จะถูกกำหนดให้มีความสัมพันธ์ระหว่างกัน ดังนั้นเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับ feature หนึ่งก็จะส่งผลไปที่อีก feature หนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกันอยู่